12 รถเข็นเด็กพับได้ น้ำหนักเบา สะดวก ยี่ห้อไหนดี ฉบับอัปเดต 2026

12 รถเข็นเด็กพับได้ น้ำหนักเบา ขึ้นเครื่องบินได้

การเลือกรถเข็นเด็กสักคัน หลายบ้านอาจเริ่มจากคำถามว่า “รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี?” โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องพาลูกออกไปข้างนอกบ่อย ๆ เดินทางขึ้นเครื่องบิน ไปห้าง ขึ้นรถ หรือมีพื้นที่เก็บของค่อนข้างจำกัด

แต่คำว่า “พับได้” ไม่ได้หมายความว่ารถเข็นทุกคันจะสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ เพราะแต่ละรุ่นมีขนาดและน้ำหนักหลังพับแตกต่างกัน และสายการบินก็อาจมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาพื้นที่เก็บสัมภาระบนเครื่องในวันเดินทางด้วย ดังนั้น หากตั้งใจใช้เป็นรถเข็นสำหรับเดินทาง ควรดูทั้ง น้ำหนัก ขนาดเมื่อพับ วิธีพับ และข้อกำหนดของสายการบิน ไม่ควรดูแค่คำว่า Travel หรือ Compact เพียงอย่างเดียว

สำหรับบทความนี้ เราคัดมา 12 รถเข็นเด็กพับได้ จากแบรนด์ที่น่าสนใจ ทั้ง Chicco, UPPAbaby, Britax Romer, Bebe Amico และ Bebeconfort โดยเน้นรุ่นที่ตอบโจทย์เรื่องความคล่องตัว การพับเก็บ และการเดินทางในชีวิตประจำวัน

 

รถเข็นเด็กพับได้ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน?

ก่อนเลือกรถเข็นเด็ก แนะนำให้คิดจากลักษณะการใช้งานจริงมากกว่าการเลือกจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว เพราะรถเข็นที่เบามากอาจเหมาะกับการเดินทาง แต่บางรุ่นอาจมีล้อเล็กหรือพื้นที่เก็บของน้อย ขณะที่รถเข็นที่มีโครงสร้างแข็งแรงและล้อใหญ่กว่าอาจเข็นสบายกว่า แต่มีขนาดและน้ำหนักมากขึ้น

1. ดูน้ำหนักของรถเข็น

หากต้องยกขึ้นรถ ขึ้นบันได หรือเดินทางบ่อย รถเข็นที่น้ำหนักเบาจะช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่ต้องอุ้มลูกพร้อมกับถือสัมภาระอื่น ๆ

2. ดูขนาดเมื่อพับ

ขนาดหลังพับสำคัญมากสำหรับครอบครัวที่มีรถยนต์คันเล็กหรือพื้นที่เก็บของจำกัด และสำคัญยิ่งขึ้นหากต้องการนำรถเข็นเดินทางด้วยเครื่องบิน

3. เช็กวิธีการพับ

รถเข็นบางรุ่นสามารถพับด้วยมือเดียว หรือมีระบบพับอัตโนมัติ ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดการรถเข็นได้ง่ายขึ้นในสถานการณ์ที่ต้องอุ้มลูกหรือถือของไปพร้อมกัน

4. ดูช่วงอายุและน้ำหนักของเด็ก

รถเข็นบางรุ่นใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิด ขณะที่บางรุ่นเหมาะสำหรับเด็กที่สามารถนั่งได้แล้ว จึงควรตรวจสอบช่วงอายุ น้ำหนักที่รองรับ และลักษณะการเอนนอนก่อนซื้อ

5. หากต้องขึ้นเครื่อง ต้องเช็กสายการบินอีกครั้ง

แม้รถเข็นจะมีขนาดกะทัดรัดหรือผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้เดินทางได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าสายการบินทุกแห่งจะอนุญาตให้นำเข้าไปเก็บในห้องโดยสารได้เสมอไป

ตัวอย่างเช่น การบินไทยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดสัมภาระติดตัวและอุปกรณ์พิเศษที่แตกต่างกันตามประเภทบริการและเครื่องบิน ดังนั้นก่อนเดินทางควรตรวจสอบเงื่อนไขของสายการบินและเที่ยวบินนั้น ๆ โดยตรง

 

12 รถเข็นเด็กพับได้ น้ำหนักเบา รุ่นไหนดี?

1. Chicco Bellagio

รถเข็นเด็กพับได้ Chicco Bellagio

แบรนด์: Chicco
เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการรถเข็นใช้งานตั้งแต่แรกเกิดและเน้นความสบายในการเข็น

Chicco Bellagio เป็นรถเข็นที่โดดเด่นเรื่องระบบพับที่ใช้งานง่าย โดยสามารถพับอัตโนมัติได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว และเมื่อพับแล้วสามารถตั้งได้เอง พร้อมมีมือจับสำหรับช่วยเคลื่อนย้าย

จุดเด่นอีกอย่างคือโครงสร้างและล้อที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มีระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนและล้อขนาดใหญ่ ช่วยให้เข็นได้คล่องตัวขึ้นบนพื้นผิวที่หลากหลาย

Bellagio รองรับการใช้งานตั้งแต่แรกเกิดจนถึงน้ำหนักประมาณ 22 กก. และมีหลังคาขนาดใหญ่พร้อม UV50+ และคุณสมบัติกันละอองน้ำ

ข้อดี

  • พับง่ายด้วยระบบ One Touch
  • พับแล้วตั้งได้
  • มีมือจับสำหรับเคลื่อนย้าย
  • รองรับตั้งแต่แรกเกิด
  • ล้อใหญ่และมีระบบรองรับแรงสั่นสะเทือน
  • หลังคา UV50+ และกันละอองน้ำ

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับบ้านที่ต้องการรถเข็นคันหลักที่ใช้งานได้หลากหลาย มากกว่าจะเน้นเป็นรถเข็นน้ำหนักเบาสำหรับถือขึ้นเครื่องโดยเฉพาะ

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Chicco Bellagio เพิ่มเติม >> คลิก

 

2. Chicco Taormina

Chicco Taormina รถเข็นเด็กพับได้ เดินทาง

แบรนด์: Chicco
เหมาะกับ: คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นน้ำหนักเบา นั่งสบาย และใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน

Chicco Taormina เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหา รถเข็นเด็กพับได้ น้ำหนักเบา เพราะตัวรถมีน้ำหนักประมาณ 6.5 กก. และเมื่อพับมีขนาดประมาณ 52.5 × 27 × 61 ซม.

จุดที่น่าสนใจคือเบาะนั่งมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างและยาว สามารถปรับเอนได้ รวมถึงรองรับการใช้งานตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 22 กก. จึงเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการใช้รถเข็นต่อเนื่องตั้งแต่ลูกยังเล็ก

นอกจากนี้ยังมีวัสดุ Organic Cotton บริเวณเบาะรองเพื่อเพิ่มความนุ่มสบาย และช่องตาข่ายบริเวณพนักพิงช่วยระบายอากาศ เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย

ข้อดี

  • น้ำหนักประมาณ 6.5 กก.
  • พับง่ายด้วยมือเดียว
  • พับแล้วตั้งได้
  • ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด–22 กก.
  • เบาะกว้างและยาว
  • มีช่องระบายอากาศ
  • หลังคา UV50+

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรถเข็นน้ำหนักไม่มาก ใช้ได้ทั้งไปห้าง เดินเล่น และเดินทางต่างจังหวัด

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Chicco Taormina เพิ่มเติม >> คลิก

 

3. Chicco Urbino

รถเข็นเด็กพับได้ chicco urbino

แบรนด์: Chicco
เหมาะกับ: ครอบครัวเมืองที่ต้องการรถเข็นพับง่ายและจัดเก็บสะดวก

Chicco Urbino ออกแบบมาโดยเน้นความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทาง ตัวรถมีระบบ One-Hand Smart Fold สามารถพับด้วยมือเดียว และเมื่อพับแล้วสามารถตั้งได้เอง ช่วยให้ไม่ต้องวางตัวรถลงกับพื้นโดยตรง

เมื่อพับยังสามารถใช้บริเวณ Bumper Bar เป็นมือจับเพื่อช่วยยกและเคลื่อนย้ายได้อีกด้วย

ตัวรถรองรับตั้งแต่แรกเกิดถึง 22 กก. พร้อมพนักพิงที่ปรับเอนได้เต็มที่และที่พักขาปรับได้ จึงสามารถปรับท่านั่งให้เหมาะกับช่วงวัยของเด็ก

ข้อดี

  • พับด้วยมือเดียว
  • พับแล้วตั้งได้
  • มีมือจับช่วยเคลื่อนย้าย
  • รองรับแรกเกิด–22 กก.
  • ปรับเอนได้
  • มีระบบรองรับแรงสั่นสะเทือน
  • ล้อหมุนช่วยให้เลี้ยวได้คล่อง

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ใช้รถเข็นในเมืองเป็นหลัก แต่ยังต้องการความสะดวกในการพับและจัดเก็บ

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Chicco Urbino เพิ่มเติม >> คลิก

 

4. Chicco WE 2

Chicco We2 รถเข็นเด็กพับได้ น้ำหนักเบา ขึ้นเครื่องบินได้

แบรนด์: Chicco
เหมาะกับ: คนที่เน้นเดินทาง ต้องการรถเข็นน้ำหนักเบาและพับเล็ก

หากโจทย์หลักคือ “รถเข็นเด็กพับได้ น้ำหนักเบา สำหรับเดินทาง” Chicco WE2 เป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ เพราะมีน้ำหนักเพียงประมาณ 5.5 กก. และออกแบบมาให้พับได้กะทัดรัด โดยเมื่อพับมีขนาดประมาณ 55 × 48 × 22 ซม.

รถเข็นสามารถพับด้วยมือเดียว และมี Carry Handle รวมถึงกระเป๋าสำหรับช่วยพกพา จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องเดินทางและเคลื่อนย้ายรถเข็นบ่อย ๆ

พนักพิงสามารถปรับเอนได้หลายระดับ และมีหลังคา UV50+ พร้อมช่อง Peek-a-boo ช่วยให้ผู้ปกครองมองเห็นลูกได้

ข้อดี

  • น้ำหนักเพียงประมาณ 5.5 กก.
  • พับด้วยมือเดียว
  • ขนาดกะทัดรัดเมื่อพับ
  • มีมือจับสำหรับถือ
  • มีกระเป๋าสำหรับพกพา
  • รองรับแรกเกิด–22 กก.
  • หลังคา UV50+

เหมาะกับใคร?
เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่เดินทางบ่อย ขึ้นรถไฟ รถยนต์ หรือเครื่องบิน และต้องการรถเข็นที่เน้นความกะทัดรัด

หมายเหตุ: แม้ตัวรถจะออกแบบมาเพื่อการเดินทางและมีขนาดกะทัดรัด แต่การนำขึ้นห้องโดยสารควรตรวจสอบกับสายการบินที่เดินทางทุกครั้ง

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Chicco WE 2 เพิ่มเติม >> คลิก

 

5. UPPAbaby MINU v3

UPPAbaby Minu v3 รถเข็นเด็กพับได้ พับเล็ก ขึ้นเครื่องบินได้

แบรนด์: UPPAbaby
เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการรถเข็น Travel Stroller ระดับพรีเมียม ใช้ได้ทั้งเดินทางและในชีวิตประจำวัน

UPPAbaby MINU v3 เป็นรถเข็นที่ออกแบบมาโดยเน้นการเดินทางโดยเฉพาะ จุดเด่นคือสามารถพับด้วยมือเดียว มี Carry Strap และเมื่อพับแล้วสามารถตั้งได้เอง

ตัวรถมีน้ำหนักประมาณ 16.7 ปอนด์ หรือประมาณ 7.6 กก. รองรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 50 ปอนด์ หรือประมาณ 22.7 กก. และมีทางเลือกสำหรับการใช้งานตั้งแต่แรกเกิดทั้ง Carriage Mode และการใช้ Adapter ร่วมกับ Infant Car Seat ที่รองรับ

UPPAbaby ระบุว่า MINU v3 มีขนาดหลังพับที่กะทัดรัดและออกแบบให้เหมาะกับการเก็บในช่องสัมภาระเหนือศีรษะ โดยระบุว่าเป็น IATA compatible อย่างไรก็ตาม IATA compatibility ไม่ได้แปลว่าสายการบินทุกเที่ยวบินจะรับประกันการเก็บรถเข็นไว้บนเครื่อง จึงควรตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง

ข้อดี

  • พับด้วยมือเดียว
  • มี Carry Strap
  • พับแล้วตั้งได้
  • ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด
  • รองรับน้ำหนักเด็กประมาณ 22.7 กก.
  • มีระบบกันสะเทือน
  • ตะกร้าเก็บของขนาดใหญ่
  • ดีไซน์พรีเมียม

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นพรีเมียมสำหรับใช้เป็นทั้งรถเข็นประจำวันและรถเข็นเดินทาง

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก UPPAbaby MINU v3 เพิ่มเติม >> คลิก

 

6. Britax Römer RIO Stroller

รถเข็นเด็ก Britax Romer Rio

แบรนด์: Britax Römer
เหมาะกับ: บ้านที่ต้องการรถเข็นใช้งานประจำวันซึ่งพับได้กะทัดรัด

BRITAX RIO เป็นรถเข็นที่เน้นความคล่องตัวในเมืองและการจัดเก็บ โดยมีความกว้างตัวรถประมาณ 55 ซม. และสามารถพับด้วยมือเดียว

เมื่อพับมีขนาดประมาณ 78 × 55 × 32 ซม. และน้ำหนักรวมเบาะประมาณ 10 กก. รองรับน้ำหนักเด็กได้ถึง 22 กก.

จุดเด่นของ RIO คือเบาะนั่งที่สามารถปรับท่าเอนได้ มีระบบกันสะเทือนทั้งสี่ล้อ และมีหลังคาขนาดใหญ่ เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ต้องเจอพื้นผิวแตกต่างกัน

ข้อดี

  • พับด้วยมือเดียว
  • พับแล้วตั้งได้
  • กว้างเพียงประมาณ 55 ซม.
  • ระบบกันสะเทือน 4 ล้อ
  • รองรับเด็กถึง 22 กก.
  • มีหลังคาขนาดใหญ่
  • เหมาะกับการใช้ในเมือง

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับบ้านที่ต้องการรถเข็นคันหลักที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และต้องการความคล่องตัวมากกว่ารถเข็นโครงสร้างขนาดใหญ่

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Britax Römer Rio เพิ่มเติม >> คลิก

 

7. Britax Römer FLYLITE Stroller

รถเข็นเด็ก Britax Romer Flylite ขึ้นเครื่องบินได้

แบรนด์: Britax Römer
เหมาะกับ: ครอบครัวที่เดินทางบ่อยและต้องการรถเข็นสำหรับพกพา

Britax FLYLITE เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางโดยเฉพาะ จุดเด่นคือระบบ One-Hand Auto Fold ที่ช่วยให้พับได้ง่ายด้วยมือเดียว และเมื่อพับแล้วสามารถตั้งได้

ที่สำคัญ Britax Römer ระบุว่า FLYLITE เป็นรถเข็นที่มีขนาด IATA cabin-size compatible และมีน้ำหนักประมาณ 6.9 กก. โดยไม่รวมอุปกรณ์เสริม

นอกจากเรื่องขนาดแล้ว FLYLITE ยังมีพนักพิงปรับเอนได้แบบต่อเนื่อง ผ้าตาข่ายช่วยระบายอากาศ และตะกร้าเก็บของที่รองรับน้ำหนักได้มาก เหมาะกับการใช้เป็น Travel Stroller ที่ยังคงความสะดวกสำหรับการใช้งานประจำวัน

ข้อดี

  • น้ำหนักประมาณ 6.9 กก.
  • One-Hand Auto Fold
  • พับแล้วตั้งได้
  • IATA cabin-size compatible ตามข้อมูลจากผู้ผลิต
  • พนักพิงปรับเอนได้
  • มีผ้าตาข่ายระบายอากาศ
  • เหมาะกับการเดินทาง

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับครอบครัวที่เดินทางต่างประเทศบ่อยและต้องการรถเข็นที่เน้นความกะทัดรัดเป็นพิเศษ

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Britax Römer Flylite เพิ่มเติม >> คลิก

 

8. Bebe Amico Enzo

รถเข็นเด็กพับเล็ก ขึ้นเครื่องบินได้ Bebe Amico Enzo

แบรนด์: Bebe Amico
เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการรถเข็นขนาดกะทัดรัดสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและเดินทาง

Bebe Amico เป็นแบรนด์ที่เน้นรถเข็นที่มีดีไซน์ทันสมัยและใช้งานง่าย โดยรุ่น Enzo เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความคล่องตัว ไม่อยากใช้รถเข็นที่มีโครงสร้างใหญ่เกินไป

จุดเด่นของรถเข็นกลุ่ม Compact Stroller คือสามารถพับและจัดเก็บได้ง่าย เหมาะกับการใส่ท้ายรถหรือพกไปเที่ยว และตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเคลื่อนย้ายรถเข็นด้วยตัวเอง

ข้อดี

  • ดีไซน์กะทัดรัด
  • เหมาะกับการเดินทาง
  • จัดเก็บง่าย
  • คล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง
  • เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่เก็บจำกัด

เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับครอบครัวที่มองหารถเข็น Compact ที่เน้นความคล่องตัวและใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน

หมายเหตุ: ก่อนซื้อควรตรวจสอบช่วงอายุ น้ำหนักที่รองรับ และขนาดเมื่อพับของรุ่น/ล็อตสินค้าที่ต้องการอีกครั้ง เนื่องจากรายละเอียดสินค้าอาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อยและตลาดที่จำหน่าย

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Bebe Amico Enzo เพิ่มเติม >> คลิก

 

9. Bebe Amico Bello

Bebe Amico Bello

แบรนด์: Bebe Amico
เหมาะกับ: คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นน้ำหนักเบา ดีไซน์เรียบหรู และพกพาง่าย

Bebe Amico Bello เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นเรื่องความเบา โดยข้อมูลจาก Bebe Amico Thailand ระบุว่าน้ำหนักประมาณ 4.5 กก. พร้อมล้อหน้าที่หมุนได้ ช่วยให้รถเข็นคล่องตัว และมีหลังคา UV50+

ด้วยน้ำหนักที่เบา จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องยกขึ้นลงรถหรือเดินทางหลายรูปแบบ โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่อยากแบกรถเข็นหนัก ๆ ระหว่างทริป

ข้อดี

  • น้ำหนักประมาณ 4.5 กก.
  • เบาและพกพาสะดวก
  • ล้อหน้าหมุนช่วยให้เลี้ยวง่าย
  • หลังคา UV50+
  • ดีไซน์เรียบและดูพรีเมียม

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับ “ความเบา” และต้องยกรถเข็นขึ้นลงรถหรือเคลื่อนย้ายด้วยตัวเองบ่อย ๆ

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Bebe Amico Bello เพิ่มเติม >> คลิก

 

10. Chicco Dolomiti Stroller

รถเข็นเด็กพับเล็ก เดินทาง Chicco Dolomiti

แบรนด์: Chicco
เหมาะกับ: บ้านที่ต้องการรถเข็นที่เบากว่ารถเข็นคันหลักทั่วไป แต่ยังต้องการล้อและช่วงล่างที่รองรับการใช้งานหลากหลาย

Chicco Dolomiti มีน้ำหนักประมาณ 7.9 กก. และรองรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 22 กก. เมื่อพับมีขนาดประมาณ 31 × 52 × 64 ซม.

จุดเด่นของรุ่นนี้คือชุดล้อที่มีระบบรองรับแรงสั่นสะเทือน รวมถึงล้อหลังที่สามารถปรับระบบกันสะเทือนได้ จึงเหมาะกับการใช้งานบนพื้นผิวที่หลากหลายมากกว่ารถเข็นแบบน้ำหนักเบาที่เน้นพื้นเรียบเพียงอย่างเดียว

ภายในชุดยังมีอุปกรณ์เสริม เช่น Comfort Kit, ที่กันลม/คลุมขา และ Rain Cover ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ข้อดี

  • น้ำหนักประมาณ 7.9 กก.
  • รองรับตั้งแต่แรกเกิด–22 กก.
  • ขนาดหลังพับค่อนข้างกะทัดรัด
  • ล้อใหญ่
  • มีระบบกันสะเทือน
  • มี Rain Cover และอุปกรณ์เสริมในชุด

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความสมดุลระหว่างความกะทัดรัด ความสบาย และการใช้งานบนพื้นผิวที่หลากหลาย

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Chicco Dolomiti เพิ่มเติม >> คลิก

 

11.Chicco Goody Primo

รถเข็นเด็กพับเล็ก พับอัตโนมัติ Chicco Goody Primo

แบรนด์: Chicco
เหมาะกับ: คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กพับได้ น้ำหนักเบา พับอัตโนมัติ และใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิด

หากกำลังมองหา รถเข็นเด็กพับได้ที่ใช้งานง่ายและมีดีไซน์พรีเมียม Chicco Goody Primo เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ เพราะออกแบบมาให้ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องพับและเก็บรถเข็นบ่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาเดินทางหรือขึ้นรถ

จุดเด่นของรุ่นนี้คือระบบ OneTouch Self-Folding เพียงเลื่อนและกดปุ่มบริเวณด้ามจับ รถเข็นจะพับเก็บอัตโนมัติด้วยมือเดียว และสามารถตั้งได้ด้วยตัวเอง ช่วยให้การจัดเก็บทำได้สะดวกโดยไม่ต้องก้มลงพับรถเข็นหลายขั้นตอน

Goody Primo มีน้ำหนักประมาณ 5.9 กก. รองรับการใช้งานตั้งแต่แรกเกิดจนถึงน้ำหนัก 22 กก. และมาพร้อมเบาะรองรับสำหรับทารก Cushy Hug เพื่อเพิ่มความสบายในช่วงแรกเกิด

ในด้านการใช้งาน ยังมีพนักพิงปรับเอนได้ 4 ระดับ ที่วางขาปรับได้ 2 ระดับ เข็มขัดนิรภัย 5 จุด และหลังคาขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติ UV50+ และกันน้ำ พร้อมช่อง Peek-a-boo สำหรับมองลูกน้อยขณะเข็น

ข้อดี

  • น้ำหนักประมาณ 5.9 กก.
  • ระบบ OneTouch พับอัตโนมัติด้วยมือเดียว
  • พับแล้วสามารถตั้งได้ด้วยตัวเอง
  • รองรับตั้งแต่แรกเกิด–22 กก.
  • มี Cushy Hug สำหรับเด็กแรกเกิด
  • พนักพิงปรับเอนได้ 4 ระดับ
  • ที่วางขาปรับได้
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด
  • หลังคา UV50+ และกันน้ำ
  • ดีไซน์พรีเมียม เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทาง

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการ รถเข็นเด็กน้ำหนักเบา พับง่าย และดูพรีเมียม โดยเฉพาะบ้านที่ต้องพับรถเข็นใส่ท้ายรถ ขึ้นลงรถ หรือเดินทางบ่อย ๆ

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Chicco Goody Primo เพิ่มเติม >> คลิก

 

12. Bebeconfort Sunlite Urban Stroller

Bebeconfort รถเข็นเด็กพับเล็ก เดินทาง

แบรนด์: Bebeconfort
เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการรถเข็นสำหรับใช้ในเมืองตั้งแต่แรกเกิด และเน้นการพับที่ง่าย

Bebeconfort Sunlite เป็นรถเข็นที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในเมือง โดยมีจุดเด่นคือ Automatic Folding สามารถพับได้ง่ายโดยไม่ต้องก้มลงมาก และสามารถพับพร้อมเบาะนั่งได้

ตัวรถรองรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงประมาณ 22 กก. หรือประมาณ 4 ปี และมีน้ำหนักประมาณ 7.2 กก.

อีกหนึ่งจุดเด่นคือเบาะสามารถปรับท่าเอนได้หลายระดับ มีระบบกันสะเทือน และตะกร้าเก็บของรองรับได้ถึง 5 กก. จึงเหมาะกับการใช้เดินห้าง เดินเล่น หรือทำธุระในเมือง

ข้อดี

  • น้ำหนักประมาณ 7.2 กก.
  • ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด
  • รองรับถึง 22 กก.
  • Automatic Folding
  • พับพร้อมเบาะได้
  • มีระบบกันสะเทือน
  • ตะกร้ารับน้ำหนักได้ถึง 5 กก.

เหมาะกับใคร?
เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรถเข็นใช้งานในเมือง พับเก็บง่าย และไม่ต้องการรถเข็นที่มีขนาดใหญ่เกินไป

อ่านรายละเอียด รถเข็นเด็ก Bebeconfort Sunlite Urban เพิ่มเติม >> คลิก

 

ตารางเปรียบเทียบ รถเข็นเด็ก พับได้ แต่ละรุ่น

*ราคาโดยประมาณ โปรดเช็คราคาหลังหักส่วนลด ณ จุดขาย อีกครั้ง

รุ่น จุดเด่น น้ำหนักโดยประมาณ ราคาโดยประมาณ* เหมาะกับ
🌟Chicco Bellagio One Touch Fold, ล้อใหญ่ 9.7 กก. ฿27,995 รถเข็นคันหลัก + เดินทาง
Chicco Taormina เบา เบาะกว้าง พับมือเดียว 6.5 กก. ฿10,995 ใช้ประจำวัน + เดินทาง
Chicco Urbino One-Hand Smart Fold 7.8 กก. ฿8,995 ใช้ในเมือง + เดินทาง
🌟Chicco WE2 พับเล็ก น้ำหนักเบา + Cabin size 5.5 กก. ฿19,995 เดินทาง / ขึ้นเครื่อง*
🌟Chicco Goody Primo พับอัตโนมัติ OneTouch 5.9 กก. ฿24,995 เดินทาง + ใช้ทุกวัน
🌟UPPAbaby MINU v3 Premium Travel + One-Hand Fold + Cabin size ~7.6 กก. ฿39,995 เดินทาง + ใช้ทุกวัน
Britax RIO ล้อและช่วงล่างดี พับกะทัดรัด ~10 กก. ฿24,995 ช้ประจำวัน
🌟Britax FLYLITE One-Hand Auto Fold + Cabin Size 6.9 กก. ฿19,995 เดินทางต่างประเทศ
Bebe Amico Enzo Compact + น้ำหนักเบา + Cabin size 5.8 กก. ฿11,995 เมือง + เดินทาง
Bebe Amico Bello น้ำหนักเบามาก พกง่าย 4.5 กก. ฿5,395 เดินทาง / ยกขึ้นลงรถ
Chicco Dolomiti ล้อใหญ่ + ระบบกันสะเทือน 7.9 กก. ฿19,995 ใช้ทุกวัน + เดินทาง
Bebeconfort Sunlite Automatic Folding 7.2 กก. ฿10,995 ใช้ในเมือง

รถเข็นเด็กพับได้ รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?

ถ้ายังเลือกไม่ถูก ลองแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ง่าย ๆ ดังนี้

เน้นเดินทางขึ้นเครื่องบิน

ลองดู Chicco WE2, UPPAbaby MINU v3 และ Britax FLYLITE

โดยเฉพาะ FLYLITE ที่ผู้ผลิตระบุว่าเป็น IATA cabin-size compatible ส่วน MINU v3 ก็ถูกออกแบบให้เหมาะกับการเก็บในช่องสัมภาระเหนือศีรษะ

อย่างไรก็ตาม ควรเช็กกับสายการบินทุกครั้งก่อนเดินทาง เพราะการอนุญาตให้นำรถเข็นเข้าห้องโดยสารขึ้นอยู่กับกฎของแต่ละสายการบินและพื้นที่จัดเก็บบนเครื่อง

เน้นใช้เดินห้างและชีวิตประจำวัน

Chicco Taormina, Chicco Urbino, Chicco Goody Primo และ Bebeconfort Sunlite เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเน้นความคล่องตัวและพับเก็บง่าย

ต้องการใช้ตั้งแต่แรกเกิด

สามารถพิจารณา Chicco Taormina, Chicco Urbino, Chicco Bellagio, UPPAbaby MINU v3 และ Bebeconfort Sunlite ตามช่วงอายุและน้ำหนักที่ผู้ผลิตกำหนด

ให้ความสำคัญกับน้ำหนักเบา

ถ้าโจทย์คือ “ขอเบาไว้ก่อน” Bebe Amico Bello, Chicco WE2 และ Chicco Taormina เป็นกลุ่มที่น่าสนใจ โดยมีน้ำหนักประมาณ 4.5, 5.5 และ 6.5 กก. ตามลำดับ

 

รถเข็นเด็กพับได้ ขึ้นเครื่องบินได้ทุกคันไหม?

ไม่ใช่ค่ะ

สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ

“พับได้” ≠ “นำขึ้นห้องโดยสารได้”

รถเข็นบางรุ่นมีขนาดใหญ่หรือหนักเกินกว่าที่จะเก็บในช่องสัมภาระเหนือศีรษะ แม้จะสามารถพับเก็บได้ก็ตาม ในกรณีนี้สายการบินอาจให้ฝากรถเข็นที่หน้า Gate หรือโหลดเป็นสัมภาระตามเงื่อนไขของสายการบิน

หากต้องการนำรถเข็นขึ้นเครื่อง แนะนำให้เช็ก 4 เรื่องก่อนซื้อ

  1. ขนาดรถเข็นเมื่อพับ
  2. น้ำหนักรถเข็น
  3. สายการบินและประเภทเครื่องบิน
  4. สายการบินอนุญาตให้เก็บใน Cabin หรือไม่

และควรเช็กอีกครั้งก่อนออกเดินทาง เพราะแม้รุ่นเดียวกันจะมีขนาดตามที่ผู้ผลิตกำหนด แต่พื้นที่จัดเก็บบนเครื่องจริงอาจมีข้อจำกัด

 

สรุป รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี?

ไม่มีรถเข็นรุ่นเดียวที่เหมาะกับทุกครอบครัว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รูปแบบการใช้งานของคุณพ่อคุณแม่

ถ้าเน้น เดินทางและต้องการความกะทัดรัด ให้ดูที่ Chicco WE2, UPPAbaby MINU v3 และ Britax FLYLITE

ถ้าเน้น รถเข็นน้ำหนักเบา ใช้ได้ทุกวัน Chicco Taormina และ Bebe Amico Bello เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ถ้าต้องการ รถเข็นคันหลักที่ใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิดและมีความสบายในการเข็น สามารถพิจารณา Chicco Bellagio, Chicco Urbino, Chicco Dolomiti หรือ Britax RIO

และหากกำลังมองหา รถเข็นเด็กพับได้สำหรับขึ้นเครื่องบิน อย่าเลือกจากคำว่า “Travel” หรือ “Compact” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูขนาดเมื่อพับและตรวจสอบกฎของสายการบินที่จะเดินทางทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ารถเข็นที่เลือกเหมาะกับทริปจริงของครอบครัว

 

อยากสัมผัสประสบการณ์การใช้งานจริง?

สามารถแวะมาทดลองรถเข็นได้ที่ Kiddoland ทั้ง 14 สาขาใกล้บ้านคุณ (ดูสาขาทั้งหมด) หรือที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

พร้อมสั่งซื้อของได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายของ Kiddo Pacific ทั้ง ออฟไลน์และออนไลน์ Shopee, Lazada

สอบถามข้อมูลสินค้า โปรโมชั่น และสาขาใกล้คุณได้ที่
LINE OA: @kiddopacific