การเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับลูกน้อยให้เหมาะสมกับช่วงวัย

ในปัจจุบันนั้นมีคาร์ซีทสำหรับเด็กหลายรุ่น หลายรูปแบบ ให้ผู้ปกครองเลือกซื้อสำหรับลูกน้อย สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจมีข้อสงสัยว่าคาร์ซีทแต่ละรุ่นใช้งานอย่างไร และเหมาะสมกับลูกน้อยหรือไม่ วันนี้เรามีคำแนะนำในการเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับลูกน้อยให้เหมาะสมกับช่วงวัยมาฝากกัน

ทางสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (American Academy of Pediatrics: AAP) และหน่วยงานรักษาความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration: NHTSA) ได้แนะนำลำดับอายุ และช่วงวัยที่เหมาะในการใช้คาร์ซีทสำหรับเด็ก โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงวัย ดังนี้

  1. แรกเกิดถึง 3 ขวบ: เหมาะสำหรับคาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปทางเบาะหลัง (Rear-Facing)
  2. อายุ 1 ขวบ – 7 ขวบ: เหมาะสำหรับคาร์ซีทแบบหันหน้าไปทางเบาะหน้า (Forward-Facing)
  3. อายุ 4 ขวบ – 12 ขวบ: เหมาะสำหรับคาร์ซีทแบบ Highback-Booster และ Backless-Booster โดยใช้สายนิรภัยรถยนต์
  4. อายุ 10 ขวบ ขึ้นไป ใช้สายนิรภัยรถยนต์

เด็กแรกเกิดถึง 3 ขวบ

สำหรับเด็กวัยแรกเกิดกระดูกมีความยืดหยุ่นสูง และไม่แข็งแรงเท่ากับกระดูกของผู้ใหญ่ ทางสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา American Academy of Pediatrics (AAP) แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าไปทางเบาะหลังมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือขั้นต่ำอายุ 2 ขวบ หรือจนกว่าน้ำหนักและส่วนสูงจะเกินกว่าที่คาร์ซีทสามารถรองรับระบุไว้ คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดมีหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น คาร์ซีทแบบตะกร้าหิ้ว Chicco KeyFit 30 และ คาร์ซีทแบบตะกร้าหิ้ว Graco SnugRide Click Connect 35

คาร์ซีทแบบตะกร้าหิ้วรุ่น Chicco KeyFit 30  เป็นตะกร้าหิ้วที่มีอุปกรณ์ LATCH เพื่อการติดตั้งอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ฐานวางตระกร้าหิ้วสามารถปรับระดับได้ ติดตั้งได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ติดตั้งได้ทั้งแบบ LATCH และสายเบลท์รถยนต์ ซึ่งมีความปลอดภัยเป็นพิเศษ คาร์ซีทรุ่นนี้ใช้ได้ตั้งแต่เด็กน้ำหนัก 1.8 – 13.6 กิโลกรัม ซึ่งเหมาะมากๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางบ่อย หรือต้องการความสะดวกสบายเป็นพิเศษ เพราะสามารถถอดตะกร้าหิ้วออกไปด้วยได้ นอกจากนี้ยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัย FMVSS  213 และ ได้รับการับรองจาก FAA สามารถใช้บนเครื่องบินได้

คาร์ซีทแบบตะกร้าหิ้ว Graco SnugRide Click Connect 35 มีอุปกรณ์ LATCH-equipped ยึดติดกับตัวฐาน และตัวบ่งชี้การติดตั้ง เพื่อความปลอดภัย สามารถใช้งานตั้งแต่เด็กน้ำหนัก 1.8 – 15.8 กิโลกรัม คาร์ซีทรุ่นนี้ผ่านการทดสอบการชน ตามมาตรฐานความปลอดภัยของทางสหรัฐอเมริกา FMVSS 213 ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยการรับแรงกระแทกด้านข้าง และสายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด ซึ่งรัดตัวเด็กให้อยู่ในตำแหน่งการนั่งที่เหมาะสม เพิ่มความปลอดภัยตลอดการใช้งาน

การติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะต้องติดตั้งอย่างไร และนานแค่ไหน

สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา แนะนำให้ติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถให้นานที่สุด เนื่องจากเบาะหลังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กที่โตขึ้น ประกอบกับระบบโครงร่างของเด็กยังคงพัฒนา คุณพ่อคุณแม่ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าคาร์ซีทนั้นสามารถรองรับน้ำหนักและส่วนสูงของเด็กได้ อ้างอิงจากข้อมูล AAP “การติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถเหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี และไม่เกิน 4 ปี”

ร่างกายเด็กมีความยืดหยุ่น แม้ในสายตาคุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกว่าเด็กไม่สบายตัว

เนื่องจากกระดูก และข้อต่อของเด็กยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ร่างกายของเด็กมีความยืดหยุ่นมากกว่าผู้ใหญ่ แม้ว่าการติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถจะทำให้ต้องข้ามหรือยกขาขึ้นแต่นั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเด็ก สำคัญที่เราได้ปกป้องส่วนสำคัญของเด็กไม่ว่าจะเป็นศีรษะคอและกระดูกสันหลังให้ปลอดภัยที่สุด

ติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถ

ศีรษะคอและกระดูกสันหลังของเด็กจะได้รับการปกป้องจากเบาะรถยนต์หากเกิดอุบัติเหตุ

เด็กอายุ 1 ขวบ – 7 ขวบ

เมื่อเด็กอายุเกิน 3 ขวบ หรือน้ำหนัก และส่วนสูงเกินกว่าที่คาร์ซีทสามารถนั่งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะได้ ผู้ปกครองสามารถเปลี่ยนให้ลูกมานั่งคาร์ซีทหันหน้าออกจากเบาะ หรือการติดตั้งคาร์ซีทแบบหันไปทางเบาะหน้า โดยยังคงใช้สายรัดตัวเด็กที่ติดตั้งมากับคาร์ซีท และติดตั้งให้ถูกต้อง โดยคลิปล็อกตรงหน้าอกของเด็กอยู่ในระดับความสูงที่ถูกต้อง ให้ขอบด้านล่างของคลิปล็อกเสมอด้านบนรักแร้ของเด็ก เมื่อติดตั้งอย่างถูกต้องคลิปล็อกตรงหน้าอกถูกออกแบบมาเพื่อให้สายรัดลากจูงขนานไปกับลำตัวหากเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทที่เหมาะสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้มีหลายรุ่น เช่น คาร์ซีท Chicco Nextfit และคาร์ซีท Graco 4EverExtend2Fit

คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปทางเบาะหลัง (Rear-Facing)

คาร์ซีท Chicco Nextfit เป็นคาร์ซีทที่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่สำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงน้ำหนักสูงสุด 29.5 กิโลกรัม และสามารถใช้งานได้ 2 รูปแบบ คือ แบบหันหน้าไปทางเบาะหลัง (Rear-Facing) และแบบหันหน้าไปทางเบาะหน้า (Forward-Facing)  มาพร้อมความพิเศษด้วยการปรับระดับความสูงของพนักศีรษะและเอนนอนได้มากถึง 9 ระดับ มี SuperCinch® LATCH Tightener อุปกรณ์ยึดคาร์ซีทเข้ากับเบาะรถยนต์ สามารถปรับสายรัดให้แน่นได้อย่างง่ายดายโดยใช้แรงเพียงเล็กน้อย ตัวล็อคหน้าอกสามารถปรับระดับได้กระชับและแน่นมากยิ่งขึ้น มาพร้อม LockSure® ตัวช่วยการติดตั้งคาร์ซีทแบบใช้สายเบลท์รถยนต์ได้ง่ายขึ้น มี DuoGuard® Side-Impact Protection ช่วยปกป้องแรงกระแทกจากด้านข้าง ทั้งศีรษะและลำตัว 8 พร้อมโครงสร้างเสริมเหล็ก มีความแข็งแรง ทนทาน มีตัวช่วยพิเศษสำหรับรองรับทารกแรกเกิด และนำเด็กออกจากคาร์ซีทแบบเต็มตัวได้ง่ายขึ้น และยังได้รับได้รับมาตรฐาน FMVSS 213 เป็นคาร์ซีทที่เพิ่มความสบายให้กับเด็ก และมีทางเลือกในการปรับระดับความสูงของศีรษะเพื่อความสบายที่สุดของลูกน้อย

คาร์ซีท Chicco Nextfit ยังมาพร้อมรุ่น Nextfit Zip มี ZIP ที่ช่วยให้การถอดเบาะนั่งออกมาซักง่ายขึ้น และ Nextfit Zip Air พนักพิงมาพร้อมเทคโนโลยีเบาะแบบ 3D AirMesh ตาข่ายที่ช่วยระบายอากาศได้ดี

คาร์ซีท Graco 4Ever Extend2Fit คาร์ซีทที่มีระบบ LATCH ติดตั้งได้ง่าย และสามารถใช้งานได้นานถึงลูกน้อยมีช่วงอายุ 10 ปี หรือนํ้าหนักประมาณ 54.5 กก. (เหมาะสำหรับเด็กนํ้าหนัก 1.8-54.5 กิโลกรัม) สามารถปรับรูปแบบการนั่งได้ 4 แบบตามสรีระร่างกายของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งแบบหันไปทางเบาะหลัง (Rear-Facing) สำหรับเด็ก 1.8-22.7 กิโลกรัม การคิดตั้งแบบหันไปทางเบาะหน้า (Forward-Facing) สำหรับเด็ก 9-29.5 กิโลกรัม การติดตั้งแบบนั่งเสริมและพนักพิงหลัง (Highback Booster) สำหรับเด็ก 13.6-45.5 กิโลกรัม และการใช้งานแบบเบาะนั่งเสริม (Backless Booster) สำหรับเด็ก 18-54.5 กิโลกรัม เรียกได้ว่าซื้อครั้งเดียวคุ้มค่าไปจนน้องโตเลยทีเดียว และยังสามารถปรับระดับความสูงของศีรษะได้ง่ายด้วยมือเดียวถึง 10 ระดับ ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยการรับแรงกระแทกด้านข้าง ผ่านมาตรฐานสากลของทางสหรัฐอเมริกา FMVSS 213 โครงสร้างเสริมเหล็กมีความแข็งแรงทนทาน และที่สำคัญความพิเศษของคาร์ซีทรุ่นนี้คือ สามารถดึงที่วางขาออกมาได้ยาวถึง 5 นิ้ว เพิ่มความสบายของลูกน้อยในการพักขา หรือเหยียดขาได้มากขึ้น

คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปทางเบาะหน้า (Forward-Facing)

คาร์ซีท Chicco MyFit คาร์ซีทที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้ 2 แบบ คือ แบบที่หนึ่ง Harness mode: การติดตั้งแบบหันหน้าไปทางเบาะหน้าแบบสายรัดนิรภัย 5 จุด เหมาะสำหรับเด็ก 11.33 – 29.4 กิโลกรัม แบบที่สอง  Booster mode: การติดตั้งแบบหันหน้าไปทางเบาะหน้าแบบบูสเตอร์ใช้สายรัดนิรภัยรถยนต์ สำหรับเด็ก 18.14 – 45.35 กิโลกรัม มาพร้อมพนักพิงศีรษะสามารถปรับระดับความสูงได้ 9 ระดับ สามารถปรับระดับการนั่งได้ 4 ระดับ ได้ง่ายด้วยมือเดียว โครงสร้างเสริมเหล็ก แข็งแรง และทนทานต่อการใช้งาน เทคโนโลยี DuoGuard ช่วยป้องกันการกระแทกด้านข้างทั้งศีรษะและลำตัว เทคโนโลยี LockSure ช่วยยึดสายรัดนิรภัยให้แน่นขึ้น และช่วยให้การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยสะดวก ง่าย และรวดเร็ว มีตัวเชื่อมต่อคาร์ซีทแบบพรีเมี่ยมเข้ากับเบาะรถยนต์ และระบบ SuperCinch LATCH attachment ช่วยให้การติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยเด็กเข้ากับตัวรถได้สะดวก และถูกต้อง และนอกจากนี้ยังมีที่วางแก้วน้ำ 2 ข้าง สามารถพับเก็บ ถอดออก และนำเข้าเครื่องล้างจานได้อีกด้วย

คาร์ซีท Graco Milestone LX คาร์ซีทที่มีระบบ LATCH ติดตั้งได้ง่ายเพียงหนึ่งวินาที และสามารถใช้งานได้นานถึงลูกน้อยมีช่วงอายุ 10 ปี หรือนํ้าหนักประมาณ 45.35 กิโลกรัม (เหมาะสำหรับเด็กนํ้าหนัก 2.26-45.35 กิโลกรัม) สามารถปรับรูปแบบการนั่งได้ 3 แบบตามสรีระร่างกายของเด็ก คือ รูปแบบที่หนึ่ง การติดตั้งแบบหันหน้าไปทางเบาะหลัง (Rear-Facing Harness) สำหรับเด็ก 2.26 – 18.14 กิโลกรัม รูปแบบที่สอง การติดตั้งแบบหันไปทางเบาะหน้า (Forward-Facing Harness) สำหรับเด็ก 9.07- 29.48 กิโลกรัม และ รูปแบบที่สาม การใช้งานแบบเบาะนั่งเสริมและพนักพิงหลัง (Highback Booster) สำหรับเด็ก 13.60 – 45.35 กิโลกรัม มาพร้อม Safety Surround Side Impact Technology เทคโนโลยีปกป้องแรงกระแทกจากด้านข้าง Side-impact tested ผ่านการทดสอบความปลอดภัยการรับแรงกระแทกด้านข้างจาก US safety standards สามารถปรับระดับความสูงของศีรษะได้ง่ายด้วยมือเดียวถึง 10 ระดับ และได้รับการออกแบบและผ่านมาตรฐานสากลของทางสหรัฐอเมริกา FMVSS 213

อายุ 4 ขวบ – 12 ขวบ

ควรให้เด็กนั่งคาร์ซีทแบบหันไปทางเบาะหน้าโดยใช้สายรัดตัวเด็กที่ติดตั้งมากับคาร์ซีทจนกว่าความสูง และน้ำหนักของเด็กจะเกินกว่าที่คาร์ซีทรองรับได้ระบุไว้ จากนั้นค่อยเปลี่ยนให้เด็กมานั่งคาร์ซีทที่เหมาะสมในแบบถัดไป โดยคาร์ซีทที่เหมาะสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ คือคาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริม และพนักพิงหลัง (Highback-Booster) โดยใช้สายนิรภัยรถยนต์ และคาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริม หรือบูสเตอร์ซีท (Backless Booster) โดยใช้สายนิรภัยรถยนต์เช่นกัน ผู้ปกครองควรให้เด็กนั่งคาร์ซีทแบบบูสเตอร์ซีทจนกว่าอายุ 12 ขวบ หรือจนกว่าความสูงและน้ำหนักจะเกินกว่าคาร์ซีทรองรับได้ระบุไว้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับเด็ก โดยคาร์ซีทที่เหมาะสมในช่วงวัยนี้คือ คาร์ซีทสำหรับเด็กโต Chicco KidFit Booster และ คาร์ซีทสำหรับเด็กโต Chicco GoFit Backless Booster

คาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริม และพนักพิงหลัง (Highback-Booster)

คาร์ซีทสำหรับเด็กโต Chicco KidFit Booster คาร์ซีทที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้ 2 แบบ คือ แบบพนักพิงศีรษะ สำหรับเด็ก 15-45 กิโลกรัม และ แบบที่สอง ปรับเป็นเฉพาะเบาะบูสเตอร์ซีท สำหรับเด็ก 18-50 กิโลกรัม มาพร้อม DuoZone ที่สามารถปรับระดับความสูงได้ 10 ระดับ มี Side Impact Protection System ช่วยป้องกันการกระแทกในส่วนของศีรษะ และหลัง มีSuperCinch® LATCH attachment ช่วยให้การติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยเด็กเข้ากับตัวรถได้สะดวก และถูกต้อง เบาะวัสดุเป็นโฟม 2 ชั้น เบาะผ้านุ่มเป็นพิเศษ และมีรูปทรงโค้งช่วยให้นั่งสบายมากยิ่งขึ้น พนักพิงสามารถปรับได้ 2 ระดับ และที่วางแก้วด้านข้างสามารถพับเก็บ และถอดทำความสะอาดได้ เรียกได้ว่าเป็นคาร์ซีทที่เหมาะสำหรับเด็กโตมากๆ

คาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริม หรือบูสเตอร์ซีท (Backless Booster)

คาร์ซีทสำหรับเด็กโตแบบเบาะนั่งเสริม Chicco GoFit Backless Booster เหมาะสำหรับเด็กน้ำหนัก 18.14 – 49.89 กิโลกรัม หรือความสูงระหว่าง 96.52 – 144.78 เซนติเมตร ความพิเศษของคาร์ซีทรุ่นนี้คือ ที่นั่งหุ้มด้วยโฟม ErgoBoost สองชั้น ให้ความนุ่มมากยิ่งขึ้น เบาะนั่งสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ ที่วางแขนถอดออกได้ มีที่วางแก้ว 2 ใบสามารถถอดออก และใช้กับเครื่องล้างจานได้ นอกจากนี้ยังมีคลิปล็อคสายเบลท์ให้เหมาะสำหรับสรีระเด็ก ตัวคาร์ซีทมีด้ามจับแบบพกพาในตัวทำให้ง่ายและสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย สามารถให้ลูกนั่งไปได้ทุกที่ และที่สำคัญด้านล่างของคาร์ซีทมีความเรียบ ป้องกันการขูดขีดเบาะรถยนต์ ไม่ทำให้เบาะรถยนต์เป็นรอย

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับการนั่งคาร์ซีทของเด็ก ผู้ปกครองควรให้ลูกนั่งคาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริมโดยใช้สายรัดนิรภัยรถยนต์จนกว่าตัวของเด็กๆ จะใหญ่พอ หรือความสูงเพียงพอที่เข็มขัดนิรภัยสามารถคาดผ่านบ่าไหล่ได้อย่างถูกต้อง โดยที่เข็มขัดนิรภัยควรพอดีกับตัวเด็ก และควรวางเหนือต้นขาด้านบนไม่ใช่ที่ท้อง ส่วนสายสะพายนิรภัยควรคาดผ่านไหล่และหน้าอก ไม่ใช่ที่คอหรือใบหน้าของเด็ก และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรให้เด็กนั่งอยู่บนคาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริมเพราะมีความปลอดภัยกว่า