ยินดีต้อนรับทุกท่าน โปรดเข้าระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่.

Store Assistant

Search

ความจำเป็นที่ต้องให้เด็กนั่ง Car Seat ระหว่างเดินทางด้วยรถยนต์

16 Oct 2016
 
"ทำไมต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท" 
 
    ก่อนอื่นเรามาพิจารณาถึงสภาวะในปัจจุบัน กล่าวคือ ครอบครัวเกือบทั้งหมดจะมียานพาหนะ คือ รถยนต์ เพื่อใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว หรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำที่ชีวิตครอบครัวหมดไปกับการใช้ชีวิตอยู่ในรถบนท้องถนน คุณพ่อคุณแม่อาจให้เหตุผลว่าขับรถอย่างปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง กรณีที่มีลูกน้อยเดินทางไปด้วยนั้นควรมีคาร์ซีทสำหรับลูกน้อย เพื่อปกป้องลูกน้อยตลอดการเดินทาง หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นคาร์ซีทจะเป็นอุปกรณ์ที่ปกป้องลูกน้อยได้ดีที่สุดถึงแม้ว่าคาร์ซีทจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อนำมาเทียบกับความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยได้นั้นถือว่าคุ้มค่ามากจริงๆค่ะ

1. อุ้มลูกไว้กับตัวโดยไม่ใช้คาร์ซีทปลอดภัยหรือไม่..?
    ปลอดภัยในระดับหนึ่งค่ะ ถึงแม้คุณแม่จะอุ้มลูกไว้อย่างใกล้ชิดก็ตาม แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลูกน้อยอาจบาดเจ็บมากจนถึงขึ้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากลูกจะอยู่ตรงกลางระหว่างรถกับคุณแม่ เมื่อเกิดแรงกระแทก น้องมีโอกาสที่จะกระเด็นหลุดออกจากอ้อมกอดคุณแม่ได้ เพราะตัวคุณแม่มีเข็มขัดนิรภัยรัดไม่ให้ร่างกายกระเด็นออกจากเบาะ ในขณะที่ลูกน้อยมีเพียงอ้อมกอดของคุณแม่คอยประคองไว้เพียงอย่างเดียว ดังนั้น คาร์ซีทจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่อ คุณแม่ควรจะเปลี่ยนใจมาใช้คาร์ซีทเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อยกันนะคะ

2. คาร์ซีทมีประโยชน์อย่างไร
     คาร์ซีทมีประโยชน์ช่วยลดระดับความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และลดการบาดเจ็บของร่างกายของลูกน้อยได้ เมื่อติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกวิธี คือ สายรัดของคาร์ซีทอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องไม่รัดคอลูกให้อึดอัด และไม่หลวมเกินไป จนเด็กสามารถหลุดออกมาจากคาร์ซีทไปกับกระแทกกับภายในของรถ หรือหลุดออกนอกตัวรถ การติดตั้งคาร์ซีท ต้องติดตั้งในจุดที่เหมาะสม และปลอดภัยที่สุด แต่ทราบหรือไม่ว่า เจ้าคาร์ซีทที่ว่า ควรติดตั้งตรงไหนจึงจะช่วยให้ลูกปลอดภัยที่สุด คือ การติดตั้งคาร์ซีทฝั่งเดียวกับคนขับในตำแหน่งของเบาะหลัง เพราะตามธรรมชาติแล้วหากเกิดอุบัติเหตุใดๆก็ตาม ตามสัญชาตญาณของคนขับรถจะตอบสนองด้วยการปกป้องตัวเองก่อน ดังนั้นหากติดตั้งคาร์ซีทไว้ฝั่งเดียวกับคนขับก็จะทำให้เด็กได้รับการปกป้องหากเกิดอุบัติเหตุก่อน ไม่ว่าจะโดยการหักหลบรถหรือวิธีการใดก็ตาม

3. เลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับวัย และน้ำหนักตัวของลูก
     เด็กแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 12 เดือน หรือ 1 ปี และเด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กก. ต้องใช้คาร์ซีทสำหรับทารก (infant seat) หรือ คาร์ซีทสำหรับทารกและเด็กเล็ก (convertible seat) และ ควรใช้คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถ และคาร์ซีทต้องสามารถปรับเอนไปกับที่นั่ง 45 องศา โดยประมาณ คาร์ซีทชนิดนี้จะปกป้องหัวของเด็ก ลำคอ และกระดูกสันหลังได้ดีที่สุด  
    เด็กที่มีอายุมากกว่า 12 เดือน หรือ 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี หรือน้ำหนัก 10-28 กิโลกรัม ควรใช้คาร์ซีทแบบที่นั่งหันไปทางหน้ารถ
    เด็กที่มีน้ำหนักตัว 15 - 18 กก. ควรใช้คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง
    เด็กที่มีน้ำหนักตัว 22 - 25 ก.ก. หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปสามารถนั่งตัวตรงได้ ควรใช้คาร์ซีทแบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง
คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูกน้อยนะคะ ^ ^

 4. การฝึกลูกน้อยนั่งคาร์ซีท
     คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยเริ่มนั่งตั้งแต่แรกเกิด เพื่อสร้างความเคยชินให้กับลูกน้อย กรณีที่ลูกโตแล้ว ควรสอนลูกน้อยให้นั่งคาร์ซีท โดยอาจจะพูดกับลูก ให้ลูกเข้าใจว่าจะต้องนั่งคาร์ซีทเพราะอะไร เช่น คาร์ซีทจะช่วยให้หนูปลอดภัย และคุณพ่อ คุณแม่ ก็รักอยากให้ปลอดภัย ถึงต้องใช้คาร์ซีท ในช่วงแรกลูกน้อยอาจงอแงไม่ยอมนั่งคาร์ซีท ดังนั้นคุณแม่ควรนั่งเป็นเพื่อนลูกอยู่ด้านหลังใกล้กับคาร์ซีท เพื่อพูดคุย เล่นด้วยกัน เล่านิทาน ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินจนเคยชิน จากนั้นเด็กก็จะสบายใจ และสนุกกับการนั่งคาร์ซีทค่ะ

5. เมื่อไหร่ที่ควรเลิกใช้คาร์ซีท
     การที่จะเลิกใช้คาร์ซีทนั้น สามารถหยุดใช้เมื่อลูกอายุ 8 ขวบ ขึ้นไป หรือสูงเกิน 150 ซม. หรือ สูงพอที่จะนั่งห้อยขา แล้วขายาวถึงพื้น และสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วอยู่ตรงส่วนกระดูกเชิงกรานพอดี ไม่รัดอยู่ตรงหน้าท้อง ส่วนบนของเข็ดขัดนิรภัยพาดมาตรงส่วนหน้าอก ไม่ผ่านมาตรงแขน หรือคอของลูก ก็สามารถเลิกใช้คาร์ซีทได้แล้ว

อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ เพื่อปกป้องลูกน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ คุณพ่อคุณแม่ควรหันมาให้ความสำคัญกับคาร์ซีทกันนะคะ ^^